.: VeNUs FM :.

โลกของคนชอบเพ้อ
 
บ้านPortalCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)
ค้นหา
 
 

Display results as :
 
Rechercher Advanced Search
Latest topics
» บอร์ดร้าง!!
Thu Feb 10, 2011 6:18 pm by lollipop

» ขอเพลงนะ เย้เย้
Thu Feb 10, 2011 6:10 pm by lollipop

»  THE TALES :by rosemarry
Sun Jan 02, 2011 8:06 pm by lollipop

» Christmas!!!!
Sun Jan 02, 2011 7:58 pm by lollipop

» แฉrosemarry
Sun Jan 02, 2011 7:48 pm by lollipop

» HAPPY NEW YEAR: )
Sun Jan 02, 2011 7:38 pm by lollipop

» ปล่อยมุขเสี่ยว+กลอนเสี่ยวได้ที่นี่
Fri Dec 24, 2010 3:29 pm by RoseMarrY

» ภาพหน้าเว็บ
Thu Nov 18, 2010 8:07 pm by lollipop

» พระราชกรณียกิจ ร5
Thu Nov 18, 2010 7:51 pm by lollipop

Navigation
 Portal
 Index
 รายชื่อสมาชิก
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)
 ช่วยเหลือ
 ค้นหา
Forum
Affiliates
free forum


Share | 
 

 ทวีปAfrica-สอบนะ(มั้ง?)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
RoseMarrY
level7
level7
avatar

จำนวนข้อความ : 62
Join date : 13/09/2010
Age : 21

ตั้งหัวข้อเรื่อง: ทวีปAfrica-สอบนะ(มั้ง?)   Wed Sep 29, 2010 5:05 pm

มี2 file อีกอันให้ nodameลง

เศรษฐกิจในทวีปแอฟริกา อาชีพที่สำคัญของประชากรในทวีปแอฟริกาคือ
1. อาชีพเพาะปลูก ทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์จะสามารถใช้ประโยชน์ ในด้านการเกษตรได้เฉพาะบริเวณที่ราบดินตะกอนปากแม่น้ำสายต่างๆ ดังนั้นผลผลิตจึงไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงประชากรภายในทวีป เขตเกษตรกรรมที่สำคัญคือ
1.1 แหล่งปลูกพืชเมืองร้อนในเขตร้อนชื้น บริเวณลุ่มแม่น้ำคองโก ชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก แอฟริกาตะวันตก ปลูกโกโก้มากที่สุด นอกจากนี้มี ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ถั่วลิสง อ้อย ยางพารา เผือก มัน
1.2 ลุ่มแม่น้ำไนล์ในประเทศอียิปต์ ซูดาน เขตนี้มีอากาศร้อน แห้งแล้งสามารถปลูกฝ้าย ชา อินทผลัม ข้าวฟ่าง
1.3 เขตเมดิเตอร์เรเนียน คือชายฝั่งบาร์บารี ตอนเหนือสุดของทวีป และตอนใต้สุดของทวีปปลูกส้ม องุ่น มะกอก ข้าวสาลี
1.4 เขตอบอุ่นชื้น ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีป ปลูกผลไม้ ข้าวสาลี ข้าวโพด
2. อาชีพเลี้ยงสัตว์และล่าสัตว์ สัตว์เลี้ยงที่สำคัญในแอฟริกาคือ
2.1 โคเขายาว พันธุ์พื้นเมือง เลี้ยงทางภาคตะวันออกและภาคใต้ของทวีปที่เขตทุ่งหญ้าซูดานตะวันออก เพื่อใช้แรงงาน ใช้เนื้อเป็นอาหารและเป็นเครื่องแสดงฐานะทางสังคม
2.2 โคเนื้อ และโคนมพันธุ์ต่างประเทศ เลี้ยงในเขตอบอุ่นชื้นทางชายฝั่งตะวันออกประเทศแอฟริกาใต้
2.3 แพะ แกะ เลี้ยงแบบเร่ร่อนในเขตทะเลทรายสะฮารา ลีเบีย นูเบียทางตอนเหนือและทะเลทรายกาลาฮารีทางใต้
2.4 อูฐ ใช้เนื้อเป็นอาหาร และใช้เป็นพาหนะในเขตทุ่งหญ้าสเตปป์ รอบๆทะเลทราย
2.5 ลา ใช้เป็นพาหนะในเขตทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย
2.6 อาชีพล่าสัตว์โดยชาวพื้นเมืองเช่น ปิ๊กมี และบุชแมน เป็นต้น สินค้าที่เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติคือ งาช้าง นอแรด
3. อาชีพการทำเหมืองแร่ ทวีปแอฟริกามีแหล่งแร่อยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือ เพชร เป็นทวีปที่มีเพชรมากที่สุดในโลก มีปริมาณมากกว่าทุกทวีป แหล่งผลิตแร่ธาตุที่สำคัญคือ
3.1 ถ่านหิน แหล่งใหญ่ที่สุด อยู่ในรัฐทรานสวาล และนาตาล ประเทศ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
3.2 น้ำมันปิโตรเลียม พบในแอฟริกาเหนือเขตทะเลทรายสะฮารา ประเทศลิเบีย แอลจีเรีย อียิปต์ ไนจีเรีย
3.3 ก๊าซธรรมชาติ มีมากบริเวณที่ลุ่มของแอฟริกาเหนือ และ แอฟริกาตะวันตก แอลจีเรียมีปริมาณก๊าซธรรมชาติมากที่สุด แห่งหนึ่งของโลก
3.4 เพชร มีแหล่งใหญ่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้อยู่ที่เมืองโยฮานเนสเบริก นามิเบีย บอตสวานา ซิมบับเว โมซัมบิก
3.5 ทองคำ ที่วิตวอเตอร์สแรนด์ ในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้
3.6 ทองแดง พบมากในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือซาอีร์เดิม
4. การอุตสาหกรรม
ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรมของทวีปนี้ คือสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ในเมืองโยฮานเนสเบริก
5. การค้าขาย ตลาดคู่ค้าที่สำคัญคือ กลุ่มตลาดร่วมยุโรป กลุ่มโอเปค สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น
5.1 สินค้าออกที่สำคัญของทวีปแอฟริกาคือ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ วัตถุดิบต่างๆ เช่น ข้าว อุปกรณ์รถยนต์ เม็ดพลาสติก อาหารกระป๋อง ผลิตภัณฑ์ยาง
5.2 สินค้าเข้า ได้แก่ เครื่องจักรกล ยานยนต์


เศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญในแอฟริกา

ประเทศแอฟริกาใต้
ลักษณะ ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง อยู่ทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดกับประเทศนามิเบีย
บอตสวานา ซิมบับเว ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับโมซัมบิกและสวาซิแลนด์
ทิศตะวันออก ติดมหาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก
เมืองหลวง กรุงพริทอเรีย (Pretoria)
เมืองสำคัญ เมืองโจฮันเนสเบอร์ก (Johannesburg) เป็นเมืองศูนย์กลางการบิน การค้าและอุตสาหกรรม เมืองเคปทาวน์ (Cape Town) เป็นที่ตั้งสภานิติบัญญัติและเมืองท่าทางชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และเมืองโบลมฟอนแตน (Bloemfontein) เป็นที่ตั้งศาลสูง
ประชากร 47.6 ล้านคน เป็นคนผิวดำร้อยละ 79 ผิวขาวร้อยละ 9.6 ผิวสีผสมร้อยละ 8.9 และคนเชื้อชาติอินเดียร้อยละ 2.5
ภูมิอากาศ สภาพอากาศอบอุ่น มีแสงแดดตลอดปี
ภาษา ภาษาอังกฤษ และภาษา Afrikaans เป็นภาษาราชการ ภาษาหลักอื่นๆ ได้แก่ Ndebele, Sotho, Swazi, Tsonga, Venda, Tswana, Xhosa, Pedi และ Zulu
หน่วยเงินตรา เงินแรนด์ (Rand) อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 9 แรนด์ เท่ากับ 1 ดอลลาร์ สหรัฐ หรือ 1 แรนด์ เท่ากับ 4 บาท
ระบบการปกครอง ระบอบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขของประเทศ วาระ 5 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้เพียง 2 สมัยเท่านั้น สาธารณรัฐแอฟริกาใต้แบ่งการปกครองออกเป็น 9 มลรัฐ (Province) คือ KwaZulu-Natal, Northern Cape, Northern Province, North-West, Eastern Cape, Mpumalanga, Free State, Western Cape และ Gauteng

เศรษฐกิจ การค้า
ลักษณะทั่วไป
แอฟริกาใต้มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี และมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าที่สุดประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา ลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งคือมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว (First World) ควบคู่ไปกับโครงสร้างของเศรษฐกิจที่ด้อยพัฒนา (Third World) ในชุมชนของคนผิวดำ พื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ คือ อุตสาหกรรมการผลิตแร่และการเกษตร ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การเกษตรเป็นสาขาที่ทำรายได้มากที่สุด แต่ปัจจุบันสาขาอุตสาหกรรมได้ขยายตัวขึ้น และทำรายได้มากที่สุด แต่การผลิตแร่ก็ยังมีความสำคัญในการส่งออก และสินค้าอุตสาหกรรมหลายอย่างเป็นผลผลติที่ใช้วัตถุดิบจากแร่ธาตุ
รัฐบาลแอฟริกาใต้ภายใต้การนำของประธานาธิบดีแมนเดลาได้ประกาศนโยบายหลัก ซึ่งเน้นในแผนงาน Reconstruction and Development Programme (RDP) อันเป็นโครงการระยะ 5 ปี ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (ระหว่างปี พ.ศ. 2537 –2542 โครงการสำคัญที่ได้ดำเนินการ ได้แก่ โครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ อาทิ การจัดหาประปา ไฟฟ้า ที่อยู่อาศัย การสาธารณสุขและสวัสดิการสำหรับคนพิการและคนสูงอายุ การให้การอุดหนุนการศึกษาในภาคบังคับและการสร้างงาน ฯลฯ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
282.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไทย 245.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) แอฟริกาใต้นั้นจัดเป็นประเทศที่ร่ำรวยมากที่สุดของทวีปแอฟริกาโดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน ประเทศ (GDP) สูงที่สุด ขณะที่องค์การสหประชาชาติจัดให้แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีระดับรายได้ขนาด กลาง (Middle Income Country)
รายได้ประชาชาติต่อหัว : 5,943 ดอลลาร์สหรัฐ (ไทย 3,724 ดอลลาร์สหรัฐ)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ : ร้อยละ 5.1 (ไทย ร้อยละ 4.9)
อัตราเงินเฟ้อ : ร้อยละ 6.5 (ไทย ร้อยละ 2.3)
อัตราการว่างงาน : ร้อยละ 24.3 (ไทย ร้อยละ1.4)
อุตสาหกรรมที่สำคัญ
เหมืองแร่ (ทองคำขาว ทอง และโครเมียม ทองคำ, Chromium, Flurospar, Manganese และ Vanadium ส่วนผลผลิตแร่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ เพชร, Platinum, Iron ore, Uranium, Asbestos, Alumino-Silicates, Antemone, Zirconium, Tritatium) รถยนต์ อุตสาหกรรมเหล็ก เครื่องจักร สิ่งทอ เหล็กและเหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย อาหาร และการซ่อมเรือพาณิชย์ ทรัพยากร ส่วนพลังงาน แอฟริกาใต้ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้พลังงานจากถ่านหินและ ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมและในการทำความร้อน แอฟริกาใต้นำเข้าน้ำมันบ้าง แต่สามารถผลิตน้ำมันจากถ่านหินได้เองด้วย และกำลังทำการสำรวจก๊าซธรรมชาติอยู่ในด้านทรัพยากรแรงงาน แอฟริกาใต้ขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือแรงงานส่วนใหญ่ที่มีเป็นแรงงานที่ไร้ ฝีมือ
โดยแอฟริกาใต้มีเมืองสำคัญ ๆ ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนอยู่หลายเมือง เช่น เคปทาวน์ (Cape Town), พอร์ต อาลิซาเบธ (Port Elizabeth), เดอบาน (Durban), เปรโตเลีย (Pretoria) และ โยฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg) แต่ที่ดูจะคุ้นหูคนไทยมากที่สุดก็เห็นจะเป็นเคปทาวน์ซึ่งเป็นเมืองหลวงและโยฮันเนสเบิร์กซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรอยู่หนาแน่นที่สุดและมีชื่อเสียงใน เรื่องของการทำเหมืองทองคำ
อุตสาหกรรม ผลผลิตด้านอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุปกรณ์ด้านการขนส่ง และอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า เครื่องจักร แก้ว กระดาษ และสิ่งพิมพ์ สิ่งทอ เสื้อผ้าและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมไม้และผลผลิตจากไม้ นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีอุตสาหกรรมผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย
การเกษตร แอฟริกาใต้มีพื้นที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกเพียงร้อยละ 15 ผลผลิตการเกษตรขึ้นกับดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ แอฟริกาใต้ประสบภาวะแห้งแล้งมาหลายปี เนื่องจากปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอทำให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เพิ่งจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2537 ผลผลิตการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวสาลี อ้อย ผลไม้ประเภทองุ่น ส้ม ผักสด ปศุสัตว์ และสัตว์ปีก เนื้อแกะ แพะ นม ไข่ ขนสัตว์
ดุลการค้ากับไทย : ปี 2551 ไทยและแอฟริกาใต้มีมูลค่าการค้า 2,297.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออกส่งออก 1,587.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้า 709.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้าเป็นมูลค่า 878.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าออกที่สำคัญ : ทอง เพชร ทองคำขาว เหล็กและแร่อื่นๆ เครื่องจักรและอุปกรณ์
สินค้าเข้าที่สำคัญ : เครื่องจักรกลและชิ้นส่วนเครื่อจักรกล เคมีภัณฑ์ น้ำมัน อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
ส่งออกไป สหรัฐอเมริกา 11.9% ญี่ปุ่น 11.1% เยอรมนี 8% สหราชอาณาจักร 7.7% จีน 6.6% เนเธอร์แลนด์ 4.5%
นำเข้าจาก เยอรมนี 10.9% จีน 10% สเปน 8.2% สหรัฐอเมริกา 7.2% ญี่ปุ่น 6.1% สหราชอาณาจักร 4.5% ซาอุดิอาระเบีย 4.2%

สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน
แอฟริกาใต้มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา มีภาคการเงินการธนาคารและอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง เป็นประเทศผู้ส่งออก โดยเฉพาะ เหล็ก ถ่านหิน และอัญมณีรายใหญ่ของโลก แอฟริกาใต้มีรายได้หลักจากการค้า เพชรพลอย แร่โลหะ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน โดยมีประเทศคู่ค้าที่สำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น และเยอรมนี ภาคเกษตรกรรมและเหมืองแร่เป็นภาคการผลิตที่เป็นแหล่งจ้างงานที่ใหญ่ที่สุด ของประเทศ สินค้าเกษตรที่สำคัญของแอฟริกาใต้ คือ ข้าวโพดและอ้อย และสินค้าเหมืองแร่หลักของแอฟริกาใต้คือ แพลทตินั่ม ทองคำ ถ่าน เพชร แร่เหล็ก และแมงกานีซ
นโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุนทั้งจากผู้ลงทุนภายในและภายนอกประเทศ การสนับสนุนการก่อสร้างระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะแรงงานมีฝีมือ การเร่งรัดกระบวนการปฏิรูปที่ดิน การปราบปรามอาชญากรรม และการต่อสู้กับปัญหาโรคเอดส์
ภาวะวิกฤติการเงินโลกในขณะนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารและสถาบันการเงินใน แอฟริกาใต้อย่างรุนแรงนัก เนื่องจากแอฟริกาใต้มีกฎระเบียบทางการเงินที่เข้มงวด และธนาคารหลักในแอฟริกาใต้มักพึ่งพาเงินทุนสำรองระหว่างกันและกันมากกว่าที่ จะหาแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ
แม้ว่าแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง แต่ก็ประสบกับปัญหาการกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยเงินทุนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของคนผิวขาวและคนผิวดำที่อยู่ใน แวดวงการเมืองเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น คนจนและผู้ใช้แรงงานผิวดำส่วนใหญ่ของแอฟริกาใต้ยังคงมีคุณภาพชีวิตต่ำ ส่งผลให้เกิดปัญหาสังคม การแพร่กระจายของ HIV/ AIDS และอาชญากรรมซึ่งมีความรุนแรง อาทิ การข่มขืน การค้าและเสพยาเสพติด และการทุจริต

ความสัมพันธ์ของไทยกับแอฟริกาใต้ทางด้านเศรษฐกิจ
แอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในทวีปแอฟริกา และไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของแอฟริกาใต้ในกลุ่มประเทศอาเซียน แอฟริกาใต้เป็นตลาดใหญ่ และเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่งและการกระจายสินค้าที่สำคัญที่สุดของ ภูมิภาคแอฟริกา ในปี 2551 การค้ารวมระหว่างไทยกับแอฟริกาใต้มีมูลค่า 2,297.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้ามูลค่า 878.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าที่ไทยส่งออกไปแอฟริกาใต้ ได้แก่ข้าว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อาหารทะเล อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูป (กุ้งสดแช่เย็น แช่แข็ง ไก่แปรรูป) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ยางพารา สำหรับสินค้าที่ไทยนำเข้าจากประเทศแอฟริกาใต้ ได้แก่ แร่เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เคมีภัณฑ์ ของปรุงแต่งที่ทำจากผักและผลไม้
ปัจจุบันปริมาณการลงทุนระหว่างสองประเทศยังมีน้อย ภาคธุรกิจที่มีศักยภาพต่อการลงทุนร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โรงแรม การก่อสร้าง ธนาคาร และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ขณะนี้มีบริษัทไทยหลายบริษัทเริ่มเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้แล้ว เช่น บริษัท Italian-Thai Development ในธุรกิจการก่อสร้างโรงแรม บริษัทบ้านปูในธุรกิจเหมืองถ่านหิน และกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เปิดสำนักงานการค้าที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก
การจัดการแข่งขันบอลโลก (FIFA World Cup 2010 South Africa)






ทุกวันนี้แอฟริกา ใต้เป็นศูนย์กลางสำคัญของทวีปแอฟริกาทั้งหมด ไล่ตั้งแต่แหล่งความเจริญต่าง ๆ สถานศึกษาที่มีชื่อเสียงล้วนอยู่ในเมืองโยฮันเนสเบิร์ก หรือ เคปทาวน์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แอฟริกาใต้จะได้รับความไว้วางใจจากสหพันธ์ฟุตบอล นานาชาติหรือ FIFA ให้รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกครั้งที่ 19 ในช่วงระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน–11 กรกฎาคม ปี 2010 โดยสนามแข่งขันหลักจะกระจายกันใน 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ Pretoria, Johannesburg และ Durban รัฐบาลแอฟริกาใต้จึงได้ก่อสร้างระบบคมนาคมและขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในเมืองใหญ่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือนแอฟริกาใต้ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนั้น ประเทศที่มีอาณาเขตติดกันแอฟริกาใต้ โดยเฉพาะ สวาซิแลนด์ บอตสวานา แซมเบีย และโมซัมบิก ก็หวังว่าจะได้รับอิทธิพลเชิงบวกต่อธุรกิจท่องเที่ยวของตนจากการเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกของแอฟริกาใต้ด้วย

.


ซา กูมี่ (Zakumi) เสือดาวน้อย มัสคอตของฟุตบอลโลกปี 2010 ที่แอฟริกาใต้
การที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกหนนี้ย่อมส่งดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของ แอฟริกาใต้อย่างแน่นอน เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนทั้งหลายย่อมมุ่งสู่แอฟริกาใต้ นอกจากนี้หากฟุตบอลโลกเริ่มเปิดฉากขึ้นจะมีแฟนบอลและนักท่องเที่ยวหลั่งไหล ไปเยือนแอฟริกาใต้ซึ่งคาดว่าจะนำเงินตรามหาศาลเข้าสู่ประเทศและนี่คือเหตุผล สำคัญที่ทำให้แอฟริกาใต้จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนที่ใช้สำหรับการพัฒนาประเทศ ให้ก้าวสู่การเป็นประเทศชั้นนำของโลกต่อไปในอนาคตได้ไม่ยาก

แผนที่ทวีปแอฟริกา






แผนที่ทางเศรษฐกิจ



























ข้อมูลท่องเที่ยวแอฟริกาใต้

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ








เหมืองทองโบราณโกลด์รีฟซิตี้

เหมืองทองโบราณโกลด์รีฟซิตี้ (Gold reef city)
เป็นที่ตั้งของสวนสนุก และ เหมืองทองโบราณ "โกลด์รีฟ ซิ้ตี้ สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี แห่งการค้นพบทองคำในแอฟริกาใต้ อาคารภายในสร้างจำลองเลียนแบบและบางแห่งยกของจริงที่ ยังเหลือ อยู่ของสมัยนั้นมาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ กลางแจ้งให้ชม จุดน่าสน ในอยู่ที่ การลงไปชมเหมืองทองใต้ดิน ดูวิธีการขุดทองในสมัยเก่าเทียบกับสมัย ใหม่ และชมสภาพความเป็นอยู่ของกรรมกรเหมืองที่แทบไม่ได้เห็นแสง สว่าง ที่สำคัญที่สุดคือ ได้เห็นสายแร่ทองที่ฝังอยู่ในเนื้อหิน ชมการหลอม ทอง พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณ์และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ เครื่องเล่น ท้าทายความมีใจถึงโดยให้นั่งบนกระเช้าเหล็กที่หล่นลง มาในแนวดิ่ง 90 องศาจากความสูงเท่ากับอาคาร 10 ชั้น








ป่าซาฟารี

การท่องป่าซาฟารี (Safari)
ไฮไลท์ของการเที่ยวแอฟริการใต้ คือ การท่องเที่ยวแบบซาฟารี ชมสัตว์ป่าที่มีชีวิตอยู่อย่างอิสระเสรีตามธรรมชาติ ในป่าซึ่ง ป่าโปร่ง ป่าละเมาะ และทุ่งหญ้า สะวันนา จนถึงกึ่งทะเลทราย แอฟริกาใต้ มีสัตว์ป่ากว่า 220 ชนิด แรงเจอร์ (Ranger) หรือผู้พิทักษ์ป่าและนักตามรอย (Tracker) จะเป็นผู้ขับรถพาชม สัตว์ป่าซาฟารี รถที่ จัดพานั่งชมถ้าเป็นในอุทยานแห่งชาติ จะเป็นรถตู้ หรือรถจิ๊ปมีหลังคา ต่ถ้าเป็นเกมรีเสิร์ฟเอกชนที่ไม่ปล่อยเสือและสิงโตเดินเป็นอิสระ จะให้นั่งรถเปิดประทุนควรออกชมสัตว์ตั้งแต่เช้ามืด ก่อนพระอา ทิตย์ขึ้น เพราะเป็นเวลาที่สัตว์หากินกลางคืน ยังคงเดินวนเวียนและหากินกลางวันเริ่มออกหากินเป็นช่วงที่พบ เห็น สัตว์ได้มาก ชนิดที่สุด ช่วงบ่ายถึงเย็น สัตว์หากินกลางคืนเริ่มตื่น นอน สัตว์หากินกลางวันจะมาชุมนุมตามบ่อน้ำ การดักเฝ้าดูใกล้ ๆ บ่อน้ำจะได้เห็นสัตว์หลายชนิดรวมทั้งอาจได้ภาพของฝูงเสือและ สิงโต ในเวลากลางวันอากาศจะร้อนจัด สัตว์ส่วนใหญ่จะหลบ ร้อนในที่ร่ม สิงโตและ เสือชีต้า จะนอนอยู่ใต้ต้นไม้ในพงหญ้า ส่วนเสือดาวจะนอนอยู่บนคาคบไม้ ตอนกลางคืนสัตว์ประเภทล่าเนื้อจะออกหากิน การออกไปส่องชมสัตว์อาจจะได้เห็นการล่าเหยื่อ สัตว์ใหญ่ 5 ชนิด แห่งป่าซาฟารี หรือThe Big Five คือ ช้าง แรด ควายป่า เสือดาวและ สิงโต







แหลมกู๊ดโฮป

แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope)
แหลมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อยู่ห่างจากเคปทาวน์ราว60กิโลเมตร ในเขตสงวน Cape of Good Hope Nature Reserveแหลมนี้ไม่ใช่ส่วนใต้ที่สุดของทวีปแต่มีชื่อเสียงมากกว่า แหลม ที่อยู่ใต้สุดคือ CapeAgulhasปลายสุดของแหลมมีประภาคาร เห็นรอยตะเข็บที่มหาสมุทรอินเดียกับแอตแลนติกมาพบกันได้ อย่างชัดเจนบนผิวน้ำอากาศบริเวณนี้จะแปรปรวนในทะเลมีหมอก จัดเพราะกระแสน้ำที่มีอุณหภูมิไม่เท่ากันมาปะทะกัน ยากต่อการเดิน เรือในสมัยโบราณ และก่อให้เกิดภาพหลอนมิติอันลึกลับและเรื่องเล่า ขานเกี่ยวกับฟลายอิ้งดัตซ์แมน ( Flying Dutchman) เรือที่พยายามจะ อ้อม ผ่านแหลมกู๊ดโฮปแต่ทำไม่สำเร็จ สูญหายไปเป็นเวลาหลาย ศตวรรษมาแล้ว แต่ยังมีผู้เห็นเรือปีศาจลอยลำหาทางไปในทะเล หมอกหนาทึบจนทุกวันนี้








เกาะแมวน้ำ






เกาะแมวน้ำ
ฮูทเบย์หมู่บ้านชาวประมงซึ่งกลายเป็นเมืองขนาดเล็ก มีท่าเทียบเรือและภัตตาคารอาหารทะเลมีเรือออกไปชมแมวน้ำ ที่เกาะดุยเกอร์ (Dduiker) ใช้เวลานั่งเรือไปกลับรวม 1 ชั่งโมง ทั้งมีเรือล่องชมพระอาทิตย์ตกดินจากฮูทเบย์ไปขึ้นที่วิคทอเรียและ อัลเบิร์ตวอเตอร์ ฟร้อนท์ด้วย










กรูทคอนสแตนเทีย

กรูทคอนสแตนเทีย (Groot Constantia)
ไร่องุ่นและแหล่งทำเหล้าองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของแอฟริกาใต้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1692 โดยผู้ว่าการเมืองชาวดัตซ์ ปัจจุบันยังคงดำเนินการทำเหล้าองุ่นและเปิดให้คนทั่วไป เข้าชมการผลิตภายในบริเวณมีอาคารพิพิธภัณฑ์ไวน์ แสดงประวัติความเป็นมาของไวน์ย้อนหลังไปถึง 500ปี คริสตกาล ในช่วงศตวรรษที่ 18-19 ไวน์เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญผู้ผลิตเมื่อขายไวน์ได้ก็สร้างบ้าน และโรงบ่มที่สวย งามด้วยสถาปัตยกรรมที่เรียกว่าเคป ดัตซ์(Cape Dutch) ตัวอาคารสีขาว หลังคามุงหญ้า มีลวดลายปูนปั้นตรงหน้าจั่วเป็นเอกลักษณ์ที่ยังอยู่คู่กับไวน์มาจนทุกวันนี้ ไร่องุ่นแทบ ทุกแห่งมีร้านอาหาร และที่พักขนาดย่อมไว้ต้อนรับนักท่อง เที่ยวเมืองหลวง ที่สำคัญในการทำไวน์ คือ สแตลเลนบอช (Stellenbosch)








เทเบิลเมาท์เทน

เทเบิลเมาท์เทน (Table Mountain)
ภูเขาสูงยอดตัดตรง เหมือนกับโต๊ะสูงกว่า 1,000 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของเคปทาวน์ และเป็นที่ชมวิวได้ดีที่สุด อากาศเย็นและมีลมแรงบางครั้งจะปกคลุมด้วยหมอกและ ปุยเมฆ ที่เรียกว่าผ้าปูโต๊ะ (Table Cloth) การขึ้นไปบน เทเบิลเมาท์เทนที่สะดวกที่สุด คือ นั่งรถกระเช้า (Cable Car)








ฟาร์มนกกระจอกเทศ



ฟาร์มนกกระจอกเทศ
ฟาร์มนกกระจอกเทศ WESTCOAST OSTRICH RANCH เป็นที่เพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศ ซึ่งเป็นนกที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก บางตัวสูงถึง9 ฟุต วิ่งเร็วได้ถึง 60 ไมค์ต่อชั่วโมง นกพวกนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแอฟริกา ตัวผู้มีขนสีดำ ตัวเมียจะมีขน สีเทา ฟาร์มนกกระจอกเทศ เป็นธุรกิจอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ เนื้อทำสเต็กชั้นดี รสชาติ คล้ายเนื้อวัวแต่อร่อยและหวานกว่า ขนใช้ทำเครื่องประดับ ส่วนหนังทำรองเท้า กระเป๋า และของท ี่ระลึกอื่น ๆ เปลือกไข่สามารถนำมา วาดรูป ระบายสี ลวดลาย สวยงามได้ ธุรกิจฟาร์มนกกระจอกเทศเคยเจริญรุ่งเรืองมากในต้นศตวรรษที่ 19 ประมาณ ค.ศ. 1910 ในยุคนั้นทั่วโลกนิยมขนนกกระ จอกเทศนำมาทำเครื่องประดับ และของใช้สตรี กกระจอกเทศตัวเมียจะ ออกไข่เมื่อมีอายุได้ 3 ปีขึ้นไป และสามารถออกไข่ได้มากสุดถึง 85 ฟอง ใช้เวลาฟัก ประมาณ 45 วันไข่ใบหนึ่งนำมาทอดเป็นไข่เจียว ให้คนกินได้ถึง 20 คน










คิมเบอร์ลี

คิมเบอร์ลี (Kimberley)
หลุมเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดสร้างโดยฝีมือมนุษย์ คิมเบอร์ลี เป็นเมืองหลวงของจังหวัดนอร์ธเคปที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็นแหล่งผลิตเพชรคุณภาพสูง และมีหลุมซึ่งเกิดจากการขุดเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก แอฟริกาใต้มีแร่ทองคำและแพลทตินั่มมากถึง 70% ของโลกและเป็นประเทศ ผู้ส่งออกเพชรที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก




















อุทยานแห่งชาติครูเกอร์

อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Kruger National Park)
มีชื่อเสียงก้องโลกในแอฟริกานักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับชีวิตของสัตว์ป่าได้ดีที่สุดในแอฟริกาและทั่วโลก อุทยานแห่งชาติ ครูเกอร์กิน พื้นที่กว้างเกือบ 2 ล้านเฮกเตอร์












อุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้


อุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ (Addo Elephant Park)
แหล่งชมโขลงช้างที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก อยู่ลึกเข้าไปในเงา ของหุบเขาแห่งบุชเวลด์ (Bushveld) แถบซันเดย์ริเวอร์ในอีสเธิร์น เคปคืออุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ ซึ่งเป็นเขตปลอดมาลาเรียที่ อยู่ห่างจากพอร์ท อลิซาเบธ เดินทางโดยรถยนต์เพียงหนึ่งชั่วโมง เท่านั้น อุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ (Addo Elephant Park) แหล่ง ชมโขลงช้างที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก อยู่ลึกเข้าไปในเงาของหุบ เขาแห่งบุชเวลด์ (Bushveld)แถบซันเดย์ริเวอร์ในอีสเธิร์นเคปคือ อุทยานแห่งชาติช้างแอดโด้ ซึ่งเป็นเขตปลอดมาลาเรียที่อยู่ห่าง จากพอร์ท อลิซาเบธ เดินทางโดยรถยนต์เพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น















โกลเด้นเกทไฮแลนดส์

อุทยานแห่งชาติโกลเด้นเกทไฮแลนดส์ (Golden Gate
Highlands National Park)
ตั้งอยู่เชิงเขามาลูติ (Maluti Mountains) ทางทิศตะวันออกเฉียง เหนือของจังหวัดฟรีสเตท (Free State) อุทยานแห่งนี้ได้ชื่อมาจากแสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องมากระทบกับผาหินทรายภายในบริเวณอุทยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หินที่ชื่อ ว่าแบรนด์แวก ร็อค (Brandwag rock) ที่ตระหง่านอยู่เหนือบริเวณ แคมป์ที่พัก อาณาบริเวณที่กว้างขวางถึง 11,600 เฮกเตอร์แห่งนี้ มีสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว และเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ในเขตที่ราบ สูงมากมาย ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น วิลเดอร์บีสต์ (Black Wildebeest) ละมั่งอีแลน (Eland) กวางออริบิ (Oribi) ละมั่งสปริง บอค (Springbok) และ ม้าลายเบอร์เชลล์ (Burchell''s zebra) รวม ถึงฝูงนกนานาพันธุ์ และนกหายาก เช่น นกแร้ง Bearded Vulture (Lammergeier) รวมไปถึงนกช้อนหอยหายากพันธุ์ Bald Ibis ซึ่ง มีแหล่งผสมพันธุ์บริเวณแง่ผาหินทราย










เวนด้า (Venda)
ดินแดนในตำนาน เหนือขึ้นไปใกล้ๆ กับชายแดนประเทศซิมบับเว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าเวนด้า ซึ่งเป็นกลุ่ม ประชากรในพื้นที่ พวกเวนด้ามีรูปร่างลักษณะที่สง่างาม สูงยาวและ ผิวดำเข้ม เชื่อกันว่าพวกเวนด้าได้อพยพข้ามแม่น้ำลิมโปโปมาตั้งถิ่น ฐานอยู่ ที่นี่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และได้ต่อสู้ปกป้องดินแดนจากการ รุกราน ของชนเผ่างูนิ (Nguni)
และ วูร์




น้ำตกวิกตอเรีย (Victoria Falls) : บริเวณรอยต่อของประเทศแซมเบีย และ ประเทศซิมบับเว
เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถูกค้นพบครั้งแรกโดย ดร.เดวิด ลิฟวิงสโตนในปี ค.ศ. 1855 ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อน้ำตกนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชินีวิกตอเรีย น้ำตกวิกตอเรียเกิดจากแม่น้ำซัมเบซีซึ่ง เป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนของสองประเทศ ตกลงมาสู่แอ่งลึก น้ำตกมีขนาดกว้างกว่า 1690 เมตร สูงประมาณ 60-100 เมตร ไอน้ำจากน้ำตกวิกตอเรียสามารถมองเห็นได้จากระยะทาง 20 กิโลเมตร น้ำตกวิกตอเรียได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2532 ปัจจุบันน้ำตกวิกตอเรียเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญ ของประเทศแซมเบียและประเทศซิมบับเว






พีระมิดกิซา : อียิปต์
1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างจากหิน 2.3 ล้านก้อน หนัก 2.5-4 ตัน สูง 146 เมตร กว้าง 230 เมตร แต่ละด้านเอียง 51.52 องศาเท่ากัน เป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อสร้างขึ้นเมื่อ 4,500 ปีมาแล้ว ที่น่าทึ่งคือตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของโลกพอดี





เกรต เวสเทิร์น เอิร์ก : แอลจีเรีย
ดินแดนแห่งเนินทรายเคลื่อนที่ได้ในแอลจีเรีย เนินทรายมากมายแลลิบตามีด้านข้างลาดเรียบ มีสันแหลมชันดูเหมือนกันไปหมด ทั้งยังเคลื่อนขยับไปสู่เส้นขอบฟ้าอยู่ตลอดเวลา




โอเอซิสเนฟตา : ตูนีเซีย
ผืนแผ่นดินเขียวอยู่ท่ามกลางทะเลทราย อุดมด้วยปาล์ม ไมยราบ องุ่น และผลไม้ที่รสฉ่ำนานา ตั้งอยู่กลางทะเลทรายห่างจากเมืองตูนิส ตูนิเซีย ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 400 กิโลเมตร เป็นจุดพักนกบินย้ายถิ่นไป-กลับแอฟริกา







สุสานตุตันคามุน : อียิปต์
เป็นสุสานฟาโรห์ตุตันคามุน (ตุตันคาเมน) แห่งราชวงศ์ที่ 18 ซึ่งมีพระชนม์เพียงราว 9-10 ชันษา ครองราชย์ระหว่าง 1325-1334 ปีก่อนคริสตกาล 5. แม่น้ำไนล์ บลูไนล์แห่งเอธิโอเปีย และไวท์ไนล์จากทะเลสาบวิกตอเรีย แอฟริกาตะวันออก รวมตัวกันเป็นไนล์เดียวในซูดาน ผ่านอียิปต์ ลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
รูเวนเซอรี : ซาอีร์และยูกันดา
เทือกเขาที่ทอดตัวจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามแนว ชายแดนระหว่างซาอีร์กับยูกันดา ระยะทาง 120 กิโลเมตร รูเวนเซอรี แปลว่าผู้บันดาลฝน ด้วยกระแสลมตะวันตกที่พัดผ่านป่าดงดิบอันร้อนชื้นของลุ่มน้ำคองโกจะอุ้มเอา ไอน้ำมาด้วยแล้วลอยขึ้นไปตามเทือกเขารูเวนซอรี จนกลั่นตัวเป็นฝน เกล็ดน้ำแข็งในที่สูงยอดเขาจึงมีเมฆปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี ส่วนพรรณไม้ก็มีความหลากหลาย






หุบเขาทรุดเกรดริฟต์ : บริเวณตั้งแต่ตะวันออกกลางไปถึงตอนใต้ของทวีป
เป็นผืนโลกที่แยกจากกันตามรอยแยกใหญ่ในเปลือกโลก ทำให้เกิดที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น หุบภูเขาไฟ ทะเลสาบสีแดงด้วยสาหร่ายในแทนซาเนีย ทะเลสาบเนทรอน ทะเลสาบมากาดีในเคนยา

คิลิมันจาโร : แทนซาเนียใกล้ชายแดนเคนยา
ภูเขาสูงสุดของทวีปแอฟริกา และภูเขาไฟที่ดับแล้วขนาดใหญ่ที่สุดลูกหนึ่งของโลก ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี
ป้อมปราการเกรตซิมบับเว
โบราณสถานที่มีซากปรักหักพังขนาดใหญ่ อยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบ ด้านนอกทำด้วยแท่งหินแกรนิตก่อเป็นแถวเหมือนก่ออิฐโดยไม่ต้องใช้ปูนยึด ส่วนที่สนใจมากที่สุดคือกำแพงด้านตะวันออกซึ่งสูง 10.7 เมตร หนา 5 เมตร ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำซัมเบซีและแม่น้ำลิมโปโปที่มีพื้นที่ 151.8 ไร่


































บรรณานุกรม

ภาพรวมเศรษฐกิจของแอฟริกา
www.otp.moc.go.th

กระทรวงต่างประเทศ
http://www.mfa.go.th/web/2386.php?id=331

แอฟริกาใต้...ตลาดใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม
http://www.ryt9.com/s/exim/465070

บอลโลกปลุกเศรษฐกิจฝันค้างของแอฟริกาใต้
http://www.posttoday.com

แอฟริกาใต้ ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งกาฬทวีปhttp://www.thailandindustry.com/home/news_preview.php?id=9789&section=28

แอฟริกาใต้
http://www.vacationzone.co.th/index_southafrica.asp

รูปแผนที่
http://www.zonu.com/detail-en/2010-01-12-11688/Economic-and-political-map-of-Africa.html
http://www.thaiafrica.net/th/about-africa/map-africa/index.php

สถานที่ท่องเที่ยว
http://www.qetour.com/south%20africa-travel-guide.php
http://news.sanook.com/education/education_61438.php
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
lollipop
level7
level7


จำนวนข้อความ : 66
Join date : 10/09/2010
Age : 21
ที่อยู่ : บ้านโกคุเดระ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: ทวีปAfrica-สอบนะ(มั้ง?)   Thu Sep 30, 2010 8:55 pm

สอบๆๆๆๆๆๆเว้ย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
ทวีปAfrica-สอบนะ(มั้ง?)
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
.: VeNUs FM :. :: .: กระต็อบหลังคารั่ว :.-
ไปที่: